ประวัติความเป็นมาของบริษัท

 

ธุรกิจของบริษัทฯ ก่อตั้งขึ้นโดยครอบครัวแก้วบุตตา เพื่อประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อในรูปแบบสินเชื่อจำนำทะเบียนรถแก่ลูกค้าในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ จากนั้นได้ขยายธุรกิจเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าที่ยังมีความต้องการบริการทางการเงินอีกมากแต่ไม่มีโอกาสรับบริการจากธนาคารและสถาบันการเงินโดยการเปิดสาขาเพิ่มเติมในจังหวัดต่างๆ

บริษัทฯ และบริษัทย่อยให้บริการสินเชื่อในรูปแบบสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ สินเชื่อประเภทที่อยู่อาศัย ภายใต้เครื่องหมายบริการ/ชื่อทางการค้า “มีบ้าน มีรถ เงินสดทันใจ” และ ก็ได้ชูชื่อทางการค้าและปรับรูปลักษณ์ใหม่ของสาขาเป็น “ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ” ด้วยจุดเด่นที่ความสะดวกรวดเร็วในการให้บริการ ผ่านสาขาทั้งหมดรวม 4,750 สาขา (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563) การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อแบบเบ็ดเสร็จ และการเข้าถึงลูกค้าอย่างใกล้ชิดโดยให้บริการแก่ลูกค้ารายย่อยทั่วไปในภูมิภาคต่างๆ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดต่างๆ ในทุกภูมิภาคของประเทศ

ความเป็นมาและพัฒนาการที่สำคัญสรุปได้ดังนี้

ปี 2522-2543

ครอบครัวแก้วบุตตาเริ่มดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อในจังหวัดเพชรบูรณ์ ในรูปแบบสินเชื่อโดยใช้ทะเบียนกรรมสิทธิ์รถทุกประเภทเป็นหลักประกัน หรือสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ

ขยายธุรกิจเพื่อรองรับความต้องการบริการสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น โดยทยอยเปิดสาขาเพิ่มเติมไปในจังหวัดต่างๆ นับเป็นผู้บุกเบิกสินเชื่อประเภทรถแลกเงิน

ปี 2550

ขยายธุรกิจเดิมซึ่งรวมถึงสาขาและเครื่องหมายบริการให้แก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมรายหนึ่ง

ปี 2551

จัดตั้งบริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 จำกัด (“SP 1979” หรือ “บริษัทฯ”)(เดิมชื่อ บริษัท พีวีแอนด์เคเคเซอร์วิส 2008 จำกัด) ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ยังไม่มีการประกอบธุรกิจ

ปี 2552

ซื้อบริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ จำกัด (“SP”) (เดิมชื่อ บริษัท พาวเวอร์ 99 จำกัด) ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจรับจ้างจัดเก็บหนี้และบริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ (สาขา < 100)

SP ภายใต้การบริหารของกลุ่ม ขยายธุรกิจรับจ้างจัดเก็บหนี้และบริการสินเชื่อ และเพิ่มสาขาเป็น 136 สาขา

ปี 2553-2554

บริษัทฯ เพิ่มทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วเป็น 5 ล้านบาทและเริ่มดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อจำนำรถทุกประเภท รวมถึงการให้บริการสินเชื่อประเภทที่อยู่อาศัย ภายใต้สโลแกน “มีบ้าน มีรถ เงินสดทันใจ”

ปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจของกลุ่มโดยบริษัทฯ ซื้อบริษัท 2 บริษัท ที่ไม่มีการประกอบธุรกิจ

  • บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1982 จำกัด (“SP 1982”) (เดิมชื่อบริษัท เค.พี.เอ็น. โฮลดิ้ง จำกัด)
  • บริษัท เงินสดทันใจ จำกัด (“FM”) (เดิมชื่อ บริษัท เจ.ดี.ที.มันนี่ เซอร์วิส จำกัด)

บริษัทฯ เพิ่มทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วเป็น 200 ล้านบาท

รับโอนธุรกิจเดิมจาก SP ด้วยการซื้อและรับโอนบัญชีลูกหนี้เงินกู้ยืมและลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อมาดำเนินการที่บริษัทฯ และที่ SP 1982

ขยายสาขาเพิ่มเป็น 265 สาขาในสิ้นปี 2554

ปี 2555

บริษัทฯ เพิ่มทุนจดทะเบียนและชำระแล้วจาก 200 ล้านบาท เป็น 750 ล้านบาท

ปี 2556

ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ครั้งที่ 1/2556 เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2556 มีมติอนุมัติให้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ จากเดิมมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เป็นมูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาทและเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 750 ล้านบาท เป็น 1,000 ล้านบาท โดยการเพิ่มทุนจำนวน 250 ล้านบาท แบ่งเป็น 250 ล้านหุ้น และจัดสรรเพื่อเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (Initial Public Offering)

จดทะเบียนแปรสภาพบริษัทฯเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2556

ณ 31 ธันวาคม 2556 มีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 602 สาขา

ปี 2557
  • บริษัทฯ ได้เสนอขายหุ้นให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก จำนวน 250,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ในราคาขายหุ้นละ 6.90 บาท และบริษัทฯได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วเป็น 1,000 ล้านบาท (หุ้นสามัญจำนวน 1,000,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2557 และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้รับหุ้นสามัญจำนวน 1,000,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เข้าเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน และเริ่มทำการซื้อขายได้เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2557
  • ออกและเสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกัน สำหรับเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันหรือผู้ลงทุนรายใหญ่ มูลค่า 500 ล้านบาท อายุหุ้นกู้ 1 ปี 6 เดือน เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2557
  • บริษัทฯได้จัดตั้งบริษัท บริหารสินทรัพย์ ศรีสวัสดิ์ จำกัด ทุนจดทะเบียน 25 ล้านบาท เพื่อรับจ้างติดตามหนี้และรับซื้อหนี้จากสถาบันการเงินมาบริหารจัดการ โดยได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2557
  • เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2557 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 3/2557 มีมติอนุมัติให้รับโอนกิจการของบริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1982 จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ และบริษัทฯได้รับโอนกิจการบริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1982 จำกัดแล้วตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2557 ทั้งนี้ บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1982 จำกัด ได้ดำเนินการจดทะเบียนเลิกบริษัทแล้ว
  • ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557 มีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 1,059 สาขา
ปี 2558
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิม 1,000 ล้านบาทเป็น 1,060 ล้านบาท โดยออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 60 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อรองรับการจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นสามัญจำนวน 20 ล้านหุ้น เพื่อรองรับการใช้สิทธิ์แปลงสภาพตามใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ครั้งที่ 1 จำนวน 40 ล้านหุ้น
  • ออกใบสำคัญแสดงที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ครั้งที่ 1 จำนวน 40 ล้านหน่วย เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม
  • ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพภายใต้การกำกับจากธนาคารแห่งประเทศไทย
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนในบริษัท บริหารสินทรัพย์ ศรีสวัสดิ์ จำกัด จากเดิม 25 ล้านบาทเป็น 100 ล้านบาท และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัทบริหารสินทรัพย์ เอสดับบลิวพี จำกัด
  • จัดตั้งบริษัท ศรีสวัสดิ์ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง จำกัด ทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาทเพื่อลงทุนในกิจการอื่น
  • จัดตั้งบริษัท Srisawad Vietnam LLC เพื่อดำเนินธุรกิจในประเทศเวียดนาม ทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท
  • ณ 31 ธันวาคม 2558 มีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 1,627 สาขา
ปี 2559
  • ลดทุนและเพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิม 1,060 ล้านบาท เป็น 1,086.5 ล้านบาทโดยออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 26.5 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อรองรับการจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นสามัญจำนวน 25.5 ล้านหุ้น และเพื่อรองรับการปรับสิทธิ์การแปลงสภาพตามใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ครั้งที่ 1 จำนวน 1 ล้านหุ้น
  • จัดตั้ง บริษัท เอสดับบลิวพี เซอร์วิสเซส จำกัด ทุนจดทะเบียน 15 ล้านบาท เพื่อให้บริการบริหารจัดการและที่ปรึกษา ด้านการจัดการระบบสินเชื่อรายย่อยและการผ่อนชำระ และภายหลังมีการปรับโครงสร้างภายในของกลุ่มบริษัท จึงขายหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัท เอสดับบลิวพี เซอร์วิสเซส จำกัด ให้แก่ บริษัท ศรีสวัสดิ์ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง จำกัด (บริษัทย่อยของบริษัท)
  • จัดตั้ง บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 2014 จำกัด ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาทเพื่อประกอบธุรกิจติดตามหนี้
  • จัดตั้ง บริษัท ยูไนเต็ด โคสทอล จำกัด ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ถือหุ้นโดย บริษัท ศรีสวัสดิ์ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง จำกัด เพื่อลงทุน และ/หรือ ร่วมลงทุนในบริษัทที่ประกอบกิจการให้บริการสินเชื่อรายย่อยในประเทศ
  • เข้าลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จำกัด (มหาชน) ในสัดส่วนร้อยละ 9.84 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมด และยื่นขออนุญาตถือหุ้นสามัญของสถาบันการเงินเกินกว่าร้อยละ 10 ต่อธนาคารแห่งประเทศไทย และได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้ถือหุ้นในบริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จำกัด (มหาชน) ได้ร้อยละ 100 จากธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2559
  • ณ 31 ธันวาคม 2559 มีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 2,130 สาขา
ปี 2560
  • ลงทุนในบริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จำกัด (มหาชน) ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัทเงินทุน ศรีสวัสดิ์ จำกัด (มหาชน) ผ่านตัวแทนและการทำคำเสนอซื้อ ในสัดส่วนทั้งหมดร้อยละ 36.35
  • ลดทุนและเพิ่มทุนจดทะเบียน จากเดิม 1,086.5 ล้านบาท เป็น 1,130 ล้านบาทโดยออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 43.5 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อรองรับการจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นสามัญจำนวน 41.8 ล้านหุ้น และเพื่อรองรับการปรับสิทธิ์การแปลงสภาพตาม ใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ครั้งที่ 1 จำนวน 1.6 ล้านหุ้น
  • เพิ่มทุนใน บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 2014 จำกัด จากเดิม 1 ล้านบาท เป็น 2,000 ล้านบาท และโอนธุรกิจบางส่วนและสาขาให้ บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 2014 จำกัด และบริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 2014 จำกัด เริ่มดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อ ให้บริการจัดการสินเชื่อ เร่งรัดติดตามหนี้สิน
  • เปลี่ยนธุรกิจของบริษัทจากเดิม ให้บริการสินเชื่อ เป็น ลงุทนในกิจการอื่น รวมทั้งเปลี่ยนชื่อบริษัทจากเดิม “บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 จำกัด (มหาชน)” เป็น “บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)” เพื่อเตรียมจัดตั้งเป็นกลุ่มธุรกิจทางการเงิน
  • ปรับเปลี่ยนธุรกิจภายในกลุ่มบริษัท โดยมีการแยกธุรกิจตามประเภทของธุรกรรมสัญญาและขนาดของธุรกรรม
  • จัดตั้ง บริษัท ศรีสวัสดิ์ เช่าสินเชื่อ (ลาว) จำกัด ทุนจดทะเบียน 12.08 ล้านบาท ถือหุ้นโดย บริษัท ศรีสวัสดิ์ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง จำกัด เพื่อขยายการให้บริการสินเชื่อไปประเทศลาว
  • ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ครั้งที่ 1 สามารถใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญได้ครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งมีผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิฯ มาใช้สิทธิแปลงสภาพจำนวน 50,200 หน่วย ทำให้มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วเพิ่มขึ้นจำนวน 53,513 บาท
  • ณ 31 ธันวาคม 2560 มีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 2,490 สาขา
ปี 2561
  • ลดทุนและเพิ่มทุนจดทะเบียน จากเดิม 1,130 ล้านบาท เป็น 1,192.72 ล้านบาท โดยออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 62.77 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อรองรับการจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นสามัญจำนวน 60.41 ล้านหุ้น และเพื่อรองรับการปรับสิทธิ์การแปลงสภาพตามใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ครั้งที่ 1 จำนวน 2.36 ล้านหุ้น
  • เพิ่มทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมดังนี้
    1. เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท ศรีสวัสดิ์ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง จำกัด จากเดิม 10 ล้านบาทเป็น 300 ล้านบาท
    2. เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท เงินสดทันใจ จำกัด จากเดิม 50 ล้านบาท เป็น 150 ล้านบาท
    3. บริษัท เอสดับบลิวพี เซอร์วิสเซส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท ศรีสวัสดิ์ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง จำกัด เพิ่มทุนจดทะเบียน 15 ล้านบาทเป็น 300 ล้านบาท โดยบริษัท ศรีสวัสดิ์ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง จำกัด เพิ่มทุนจำนวน 210 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 75 ของทุนจดทะเบียน ส่วนอีกร้อยละ 25 เป็นการขายหุ้นให้แก่ Win Lily Pte Ltd. เพื่อเป็นการเอื้อประโยชน์ในการทำธุรกิจในเมียนมาร์
  • ย้ายสำนักงานจากอาคารเดอะไนน์ แกรนด์พระรามเก้า มาที่อาคารศรีสวัสดิ์ ถนนแจ้งวัฒนะ
  • จดทะเบียนเลิกบริษัท ยูไนเต็ด โคสทอล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท ศรีสวัสดิ์ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง จำกัด
  • ลดทุนและเพิ่มทุนจดทะเบียน จากเดิม 1,192.72 ล้านบาท เป็น 1,249.71 ล้านบาท โดยออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 57 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อจัดสรรและเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด ได้แก่ Cathay Financial Holding Co., Ltd. หรือบริษัทในเครือ ในราคาเสนอขาย 45 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม จำนวน 2,565 ล้านบาท
  • จัดตั้ง บริษัท พี เล็นดิ้ง จำกัด ทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ถือหุ้นโดย บริษัทฯ ในสัดส่วนร้อยละ 75 อีกร้อยละ 25 เป็นส่วนของผู้ร่วมลงทุน เพื่อประกอบธุรกิจทำ platform สำหรับการให้บริการสินเชื้อ
  • ณ 31 ธันวาคม 2561 มีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 2,870 สาขา
ปี 2562
  • เพิ่มทุนจดทะเบียน จากเดิม 1,249.71 ล้านบาท เป็น 1,374.66 ล้านบาท โดยออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 124.95 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อรองรับการจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นสามัญจำนวน 120.48 ล้านหุ้น และเพื่อรองรับการปรับสิทธิ์การแปลงสภาพตามใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ครั้งที่ 1 จำนวน 4.47 ล้านหุ้น
  • บริษัท ศรีสวัสดิ์ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง จำกัด ซื้อหุ้นบริษัท เอสดับบลิวพี เซอร์วิสเซส จำกัด คืนจากผู้ร่วมทุน เนื่องจากความเห็นทางธุรกิจไม่ตรงกัน
  • เพิ่มทุนและจองหุ้นเพิ่มทุนเกินสิทธิในบริษัทเงินทุน ศรีสวัสดิ์ จำกัด (มหาชน) ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทเงินทุน ศรีสวัสดิ์ จำกัด (มหาชน) เพิ่มจากเดิมร้อยละ 45 เป็นร้อยละ 78 และทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของบริษัทเงินทุนศรีสวัสดิ์ จำกัด (มหาชน) จากผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งทำให้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็นร้อยละ 82
  • ในการใช้สิทธิแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท SAWAD-W1 มีผู้ถือหน่วยใช้สิทธิแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิจำนวน 8,893,749 หน่วย ทำให้ทุนจุดทะเบียนชำระแล้วเพิ่มขึ้นจำนวน 11,001,563 บาท
  • บริษัท ศรีสวัสดิ์ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ลดสัดส่วนการลงทุนในบริษัท Srisawad Vietnam LLC จากเดิมสัดส่วนร้อยละ 100 เป็นสัดส่วนร้อยละ 10 เพื่อเปิดโอกาสให้พันธมิตรทางธุรกิจ
  • ณ 31 ธันวาคม 2562 มีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 4,080 สาขา
ปี 2563
  • ในการใช้สิทธิแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท SAWAD-W1 ครั้งสุดท้าย มีผู้ถือหน่วยใช้สิทธิแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิจำนวน 29,834,500 หน่วย ทำให้ทุนจุดทะเบียนชำระแล้วเพิ่มขึ้นจำนวน 36,905,142 บาท และใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท SAWAD-W1 ได้หมดอายุและสิ้นสภาพการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน
  • บริษัท ศรีสวัสดิ์ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง จำกัด ได้จัดตั้งบริษัทย่อยอีก 3 บริษัท คือ บริษัท ศรีสวัสดิ์ พิโก้ นราธิวาส จำกัด, บริษัท ศรีสวัสดิ์ พิโก้ ยะลา จำกัด และบริษัท ศรีสวัสดิ์ พิโก้ ปัตตานี จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจ พิโก้ไฟแน้นซ์
  • ลดทุนและเพิ่มทุนจดทะเบียน จากเดิม 1,374.66 ล้านบาท เป็น 1,428.08 ล้านบาท โดยออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 54.93 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อรองรับการแปลงสภาพของใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ครั้งที่ 2
  • ออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิจะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ครั้งที่ 2 จำนวน 54.93 ล้านหน่วย เพื่อจัดสรร ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม
  • จัดตั้ง บริษัท ศรีสวัสดิ์ ดิจิตอล จำกัด ทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท ถือหุ้นโดย บริษัทฯ ในสัดส่วนร้อยละ 100 เพื่อประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล
  • ลงทุนเพิ่มเติมในบริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด โดยบริษัทฯ มีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 65 เพื่อประกอบธุรกิจ ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ
  • ณ 31 ธันวาคม 2563 มีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 4,750 สาขา